ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Kunghun

หน้า: [1] 2 3
1
มีเสียงหอนของเกียร์ ด้วยมั้ยครับ  ถ้าไม่มีหรือขั้วแบตหลวมหรือแบตเสื่อม ลองรีเซทเกียร์ดูครับ วิธีการคลิกตามลิงค์ครับ

http://almerathailand.com/index.php?topic=3188.0

2
เกียร์ แมนนวล หรือครับ ของผม เกียร์ CVT ยังไม่มีปัญหาครับ

3
งบประมาณหมื่นกว่า ใช้เวลาครึ่งวัน เรื่องประกันไม่แน่ใจครับ ถ้ามีปัญหาน่าจะคุยยาก ขึ้นอยู่กับแต่ละศูนย์ เพราะมีการดัดแปลงระบบไฟฟ้า ใช้อะไหล่ผิดสเป็ก ดัดแปลงสภาพ หรืออื่นๆ อยากเท่ห์ อยากแรง อยากดีกว่ารถออกจากศูนย์เดิมๆ ต้องทำใจเรื่องประกันครับ 

4
   ขากลับจากเชียงใหม่ ไม่รีบเลย ได้ลอง Cruise Control ยาวๆ ลองล็อคความเร็ว ต่ำๆ ไปจนถึงสูง  สรุปว่าใช้ได้ดีระดับนึง เพราะควบคุมผ่านกล่องคันเร่งไฟฟ้า เหมาะสำหรับ ขับแบบช้าๆ ชิลๆ ไม่รีบ การจราจรไม่คับคั่ง ต้องเป็นทางราบ ไม่ควรเป็นทางชันมาก และ ความเร็ว ไม่ควรเกิน 100 เพราะรอบเครื่องจะสวิงมากขึ้น เพื่อรักษาระดับความเร็ว  ใช้ Cruise Control บ้างทำให้ช่วยให้ประหยัดขึ้นเป็น AVG=15 



6
หรือใช้ที่มีอยู่แล้วก็ได้ครับ เพราะมีสมาชิกเก่ายังอยู่เยอะ https://www.facebook.com/LivinaClubThailand?ref=ts&fref=ts แต่ตอนนี้ก็เงียบไม่แพ้ เวปนี้เหมือนกัน  555:)

7
  หลังจากย้ายเซนเซอร์อุณหภูมิไปตรงตำแหน่งขาออกของท่อน้ำมันเกียร์ เพื่อให้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิจริงของน้ำมันเกียร์มากขึ้น  ขับในเมืองรถติดๆ อุณหภูมิขึ้นไปถึง 70-85 องศา


   วันนี้รีบออกจากบ้านตั้งแต่ตี4 เพราะนัดลูกค้าไว้ประมาณช่วงบ่ายที่เชียงใหม่ มีของเต็มท้ายรถ อุณหภูมิตอนรถวิ่งไม่สามารถถ่ายรูปได้ อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 60 องศา ช่วงจอดติดไฟแดง อุณหภูมิขึ้นไปถึง 70 องศา มีอุปสรรคระหว่างทางบ้าง มีซ่อมทางเป็นช่วงๆ แถวกำแพงเพชร-ตาก เจอฝนบ้าง ขึ้นเขาขุนตาลมีกำลังดีขึ้นกว่าครั้งก่อนๆเยอะ อุณหภูมิขึ้นไปแค่ 70 องศา มาถึงเชียงใหม่เที่ยงพอดี


เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์95 ใช้ความเร็วประมาณ 100-130 อัตรากินน้ำมันเฉลี่ย 13.6



สรุป ตอนออกตัวตอนเช้า จะใช้เวลาwarmน้ำมันเกียร์นาน และต้องขับมาซักระยะน้ำมันเกียร์ถึงจะอุ่น ถ้าขับเร็วตอนที่น้ำมันเกียร์ไม่ร้อน อาจทำให้เกียร์พังเร็วขึ้น เมื่อรถวิ่งระยะทางไกลๆ เร็วๆ อุณหภูมิน้ำมันเกียร์จะเย็นลง เมื่อใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ  เมื่อมีการคลิกดาวน์เร่งแซงหรือขึ้นเขา อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อจอดอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นอีกแต่ก็ไม่เกิน 85 องศา พัดลมหม้อน้ำจะระบายความร้อนเครื่องและแอร์เท่านั้น หากเป็นระบบเก่าที่ควบคุมอุณหภูมิน้ำมันเกียร์จากหม้อน้ำ เมื่อมีการคลิกดาวน์เร่งแซงหรือขึ้นเขา อุณหภูมิน้ำมันเกียร์จะเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำร้อนมากขึ้น แล้วถ้าความเร็วในขณะขึ้นเขาไม่พอที่จะระบายความร้อนหม้อน้ำ พัดลมจะต้องทำงานหนัก คอยระบายความร้อน ถ้าระบายความร้อนไม่ทัน เกียร์ก็อาจเข้า Safe modeได้  แล้วช่วงตอนรถติดๆ ก็มีส่วนทำให้น้ำมันเกียร์ร้อนขึ้นได้ ทำให้ได้ยินพัดลมหม้อน้ำทำงานหนักตอนรถติด เพราะต้องคอยระบายความร้อนให้กับเกียร์ เครื่องและแอร์ด้วย

8
    ทุกวันนี้เรื่องราวของการประหยัดน้ำมันนั้นดูจะได้รับความสนใจอย่างมากจากคนหลายกลุ่มที่บ้างหันมาซื้อรถที่เหมาะการใช้งาน พอดี ไม่ต้องเทอะทะอะไรมาก หรือจะบ้างที่เลือกใช้พลังงานทางเลือก แต่เรื่องหนึ่งที่หลายคนมักมองข้ามไปนั้นคือเทคโนโลยีใหม่ๆที่เข้ามาในรถปัจจุบัน ซึ่งหลายอย่างมีประโยชน์ช่วยเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพในการขับขี่

เราหลายคนคงจะเคยผ่านหูกันมาบ้างสำหรับระบบล็อคความเร็วขับขี่ หรือที่เรียกว่า Cruise Control ที่มักจะถูกติดตั้งมาในรถยนต์หลายรุ่น เพื่อช่วยความสะดวกสบายแต่เชื่อหรือไม่ว่า ในความสะดวกสบายนั้น ก็ยังมีสมรรถนะทางด้านการประหยัดน้ำมันรวมอยู่ด้วย
Cruise Control

ในหลักการขับรถให้ประหยัดทั่วๆไปแล้ว พื้นฐานของการขับขรถให้ประหยัดข้อสำคัญนั้นคือการให้รถขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อใช้แรงบิดในการส่งรถให้ลอยลำลดการแบกน้ำหนัก ทำให้รถยนต์นั้นมีความประหยัด แต่ก็อย่างว่าเท้าเราหรือจะสู้เครื่องจักรณ์ที่สามารถล็อคตำแหน่งของความเร็ว โดยการส่งสัญญาณไฟฟ้าในอัตราที่คงที่จากคันเร่งที่ปลายเท้าเราไปสู่ลิ้นปีกผีเสื้อที่เครื่องยนต์ ทำให้มีอัตราเปิดที่คงที่และมันหมายถึงคุณจะได้ความประหยัดและความสบายเพิ่มมากขึ้นด้วย

หลายคนไม่เคยแตะระบบ Cruise Control เลยสักครั้งตั้งแต่ใช้รถมา ทั้งๆที่บางคนก็รู้ว่ามี แต่ยังไม่เข้าใจในวิธีการทำงาน ซึ่งวันนี้เราจะมาสอนการใช้งานระบบ Cruise Control กัน

1.จะใช้เมื่อไร ก่อนที่เราจะอธิบายการใช้งาน เราต้องมาคุยกันก่อนถึงสภาวะใช้งานที่เหมาะสมของระบบ Cruise Control เนื่องจากระบบนี้เป็นระบบที่ล็อคความเร็วอัตโนมัติ การใช้งานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้น คือการใช้เมื่อคุณที่ระยะทางที่สามารถขับด้วยความเร็วคงที่ได้นานๆ หรือ พูดง่ายๆคือ ใช้ยามไปต่างจังหวัดดีที่สุด

2.เมื่อเริ่มจะใช้ การใช้งานระบบ Cruise Control โดยทั่วไปแล้วระบบนี้มักจะติดตั้งให้ใช้งานง่าย บางรุ่นอาจจะอยู่หลังพวงมาลัยด้านขวา แต่กับรถรุ่นใหม่ที่มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังชั่นนั้นมันจะอยู่ที่บนพวงมาลัย โดยสังเกตคำว่า Cruise หรือบ้างเป็นสัญลักษณ์ โดยการเปิดระบบนั้นจะเป็นในลักษณะปุ่มกด 2 จังหวัด คือ 1 .กดเปิด 2.กดอีกทีเมื่อต้องการปิด

3.ทำความเร็วตามต้องการ เมื่อกดเปิดสวิทช์ตามระบบ Cruise control แล้ว ก็ได้เวลาที่เราจะเลือกความเร็วที่เหมาะ ในจุดนี้ให้เราทำความเร็วตามต้อง ซึ่ง โดยปกติ Cruise control จะทำงานได้เมื่อมีความเร็วเกิน 60 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงขึ้นไปและ เมื่อเราได้ความเร็วตามที่ต้องการ ก็ให้กดปุ่ม Set ที่อยู่ใกล้ๆกัน ระบบก็จะทำการล็อคความเร็ว ที่ใช้อยู่ทันที
Cruise Control

4.ยามต้องการเพิ่มหรือลดความเร็ว ระบบ Cruise Control นั้นไม่ใช่แค่เพียงมันจะสามารถล็อคความเร็วๆได้ แต่มันยังสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วได้อีกด้วย โดยใช้ปุ่มที่ส่วนใหญ่จะเป็น + / - หรืออาจจะเป็น ACC / Coast โดยเมื่อต้องการเพิ่มความเร็วให้กดบวก และกดลบเมื่อต้องการลดความเร็ว แต่ถ้าการใช้มือไม่ทันใจ การใช้คันเร่งช่วยเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ และเมื่อคุณปล่อยคันเร่งรถก็จะมาอยู่ในความเร็วที่เซทไว้ก่อนหน้านี้ แต่ถ้าต้องการล็อคความเร็วที่เพิ่ม ให้กด Set

5. ยกเลิก Cruise Control เมื่อคุณต้องการยกเลิกระบบนั้นโดยปกติแล้วจะมี 2 วีธีสำคัญ คือ 1 แตะเบรค ซึ่งทันทีทุกรณีที่คุณแตะเบาๆระบบ Cruise Control จะทำการยกเลิกการล็อคความเร็วอัตโนมัติทันที หรือ หากต้องการใช้ความละมุนละม่อม ก็ให้ดูที่ข้างๆปุ่มเซทจะมีเขียนคำว่า Cancel หมายถึงหยุดการทำงานและเมื่อคุณแตะระบบก็จะปลดตัวเองออกจากการล็อคความเร็วและพร้อมในการใช้งานเมื่อกด Set อีกครั้งหนึ่ง

     ความจริงแล้วการใช้งานระบบ Cruise control นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการรู้วิธีใช้งานคือการจับจังหวะว่าตรงไหนที่เราควรจะใช้ Cruise เข้าช่วยเพื่อเพิ่มสมรรถนะการประหยัดน้ำมัน และนั่นคือสิ่งที่คุณต้องเก็บเกี่ยวเองจากประสบการณ์บนถนน

อ้างอิงจาก http://auto.sanook.com/2908/

ใช้ปุ่มควบคุมของ Pulsar ที่มาติดตั้งให้ Livina ครับ



Cruise Control จะใช้งานได้ต้องมีกล่องคันเร่งไฟฟ้าเพิ่มเข้ามาเป็นตัวควบคุม
มี 9 ระดับความเร่ง ผมเน้นประหยัดน้ำมันเลยเลือกแค่ระดับ 1 ครับ ซึ่งเป็นระดับของโรงงานเดิมๆ


รายละเอียดการใช้งานหาได้จากจากคู่มือของPulsarครับ


เครื่องเสียงที่ติดมากับรถตัวTop ก็สามารถใช้งานสวิตช์มัลติมิเดียร์ฝั่งซ้ายได้ครับ  ยกเว้นปุ่มบนสุด ซึ่งเป็นสวิตช์คอมพิวเตอร์ระยะทาง เพื่อดูรายการต่างๆจากเรือนไมล์ที่ใช้งานไม่ได้ครับ


ออกต่างจังหวัดอาทิตย์หน้า จะมาอัพเดทการให้อีกครับ ได้ลองระบบระบายความร้อนเกียร์ไปด้วยเลย

9
  หลังจากขับมาได้ 2 วัน อาจเพราะน้ำมันเกียร์เย็นลงแล้วมีการจับตัวดีขึ้นทำให้ อัตราเร่งดีขึ้น ขับสนุกมากไม่อืดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว น้ำมันที่ใช้ตอนนี้E20 ให้ความรู้สึกเหมือนเติมแก๊สโซฮอล95 หรือรู้สึกแรงกว่าด้วยซ้ำ รอบเครื่องต่ำลงทำให้ประหยัดน้ำมันขึ้น ส่งผลให้น้ำในหม้อน้ำร้อนน้อยลง เพราะโหลดลดลงเหลือแต่ระบายความร้อนให้กับเครื่อง เครื่องเย็นขึ้น แอร์ก็น่าจะทำงานเบาลง ในความรู้สึกส่วนตัวคือชอบเลย
   แต่ก็ยังกังวล เกี่ยวกับระบบระบายความร้อนด้วยอากาศมันจะควบคุมได้คงที่เท่าระบบเดิมมั้ย เพราะน้ำมันเกียร์ถ้าเย็นเกินไปก็ไม่ดี ร้อนเกินไปก็ไม่ดี  ผมจึงลองมอนิเตอร์อุณหภูมิ ของตัวรังผึ้งOil gear โดยใช้เกจวัดอุณหภูมิหม้อน้ำ และติดตัวเซ็นเซอร์เข้ากับท่อขาออกด้านนอกที่ตัวรังผึ้งระบายความร้อน เพื่อทดสอบการระบายความร้อนของรังผึ้ง Oil gear ว่าเป็นอย่างไร จะมีความแตกต่างของอุณหภูมิน้ำมันเกียร์ที่ไหลอยู่ในท่ออยู่บ้าง เพราะไม่ได้วัดภายในท่อน้ำมัน ซึ่งค่าที่วัดได้จะต่ำกว่าอยู่บ้าง มันควรแปรผันตามกัน

  จากลองเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ตอนที่เครื่องเย็นอยู่ อุณหภูมิต่ำกว่าเกจวัดคือน้อยกว่า40 องศา เมื่อเริ่มออกตัวขับไปสักระยะ อุณหภูมิจะขึ้นไปประมาณ 45องศา แล้วเมื่อวิ่งด้วยความเร็ว อุณหภูมิก็จะประมาณ 50   เมื่อจอดติดไฟแดง หรือช่วงรถติด ใช้เกียร์ว่างหรือเกียร์ D อุณหภูมิจะขึ้นอยู่ประมาณ 55-60 องศาโดยเปิดแอร์ปกติ เมื่อลองปิดแอร์เพื่อให้พัดลมหม้อน้ำจะทำงานน้อยลง อุณหภูมิจะขึ้นไปถึง 60-65 จึงสรุปได้ว่า เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ควรอุ่นเครื่องสักพักเหมือนปกติ เมื่อออกตัวน้ำมันเกียร์จะร้อนขึ้นเอง เนื่องจากไม่มีน้ำร้อนมาอุ่นน้ำมันเกียร์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว น้ำมันเกียร์จะเย็นขึ้นเมื่อรถวิ่ง และร้อนขึ้นเมื่อรถจอด แต่ก็มีพัดลมหม้อน้ำระบายความร้อนทำงานอยู่เป็นระยะ ทำใ้ห้อุณหภูมิที่ควบคุมได้อยู่ที่ 50-60 องศา ในการใช้งานแบบปกติขับรถเปิดแอร์ นี่เป็นเป็นการทดสอบในเมืองที่มีอากาศร้อนมีรถติดเป็นช่วงๆ  ก็ยังไม่ได้มีโอกาสลองทางไกลๆ เจอฝน หรือขึ้นเขา   ข้อดีของระบบนี้คือระบายความร้อนน้ำมันเกียร์ได้ดีกว่าระบบเก่าและควบคุมอุณหภูมิความร้อนน้ำมันเกียร์อยู่ที่ระดับต่ำกว่า ข้อเสียคือน้ำมันเกียร์อาจเย็นเกินไปและร้อนช้าตอนเริ่มสตาร์เครื่องยนต์หรือตอนอากาศเย็นมากๆ ก็จะคอยมอนิเตอร์อุณหภูมิต่อไป และจะมาอัพเดทให้ครับ

10
     จากเดิมเกียร์ CVT โรงงานติดตั้งโดยใช้น้ำจากหม้อน้ำเครื่องมาเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของน้ำมันเกียร์ CVT  ซึ่งน้ำในหม้อน้ำอุณหภูมิสูงมาก ทำให้น้ำมันเกียร์มีอุณหภูมิสูงขึ้นไปด้วย ส่งผลให้การทำงานของเกียร์แย่ลง รู้สึกได้ตอนออกตัว ตอนเร่งแซง ตอนขึ้นเขา หรือตอนรถติด เมื่อออกตัวมีอาการกระตุกบ้าง ซึ่งจากอุณหภูมิสูงทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมเร็วขึ้น จนทำให้ให้เกียร์เสียเร็วขึ้นด้วยหากไม่เปลี่ยนบ่อยๆ หากเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ที่แสนโลไม่น่าจะดีต่อเกียร์  ดั้งนั้น เพื่อความสบายใจ แต่ก็ต้องแลกกับการรับประกัน ผมจึงติดตั้ง Oil cooler ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศให้กับเกียร์ CVTเพราะไม่ใช่รถผมคันเดียว เห็นเขาติดกันกันมาหลายคันหลายรุ่นแล้ว ซึ่งเป็นเปลี่ยนระบบระบายความร้อนด้วยน้ำออกไปมาต่อเพิ่มเป็นระบายความร้อนด้วยอากาศแทน ระบายความร้อนด้วยอากาศตอนรถวิ่งและอาศัยเสี้ยวนึงของพัดลมระบายความร้อนยามรถจอดติด น่าจะดีกว่าระบายความร้อน ด้วยน้ำในหม้อน้ำแบบเดิม เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อนอยู่แล้ว ไม่ต้องอุ่นน้ำมันเกียร์ให้ร้อนเหมือนต่างประเทศที่เป็นเมืองหนาวหรอก ดีไม่ดีน้ำก็เข้าไปผสมกับน้ำมันเกียร์ก็อาจจะเป็นได้ อย่างรถซิลฟี่ที่ส่งออกไปขายที่ประเทศมาเลเซียยังใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศเลย อ้างอิงจาก http://www.thaisylphyclub.com/index.php?topic=10504.0
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.technologytell.com/in-car-tech/12880/temperature-may-be-essential-for-long-term-cvt-ownership/
และร้านที่ไปติดมา https://www.facebook.com/fieldoilcooler?fref=ts


รูปตอนติดตั้งเรียบร้อยกลับถึงบ้านแล้ว


จากรูปเป็นรังผึ้งระบายความร้อนที่ใช้เป็นขนาดเล็กเมื่อเทียบกับ รถรุ่นอื่น ยี่ห้ออื่น(ซึ่งเกียร์ ออโต้ธรรมดาเขาก็มาติดกัน) เพราะเจ้าของอู่บอกว่าแรงดันน้ำมันเกียร์ของรถที่ใช้เกียร์ CVT7 มีแรงดันสูงมาก ขนาดจึงมีผลกับค่าความต้านทานในท่อ



จากรูปเป็นอะแดบเตอร์ที่มาต่อแทนระบบระบายความร้อนด้วยน้ำและมีสายยางต่อไปยังรังผึ้งที่ติดเพิ่มมาใหม่ ส่วนประกอบการติดตั้ง ก็จะมี รังผึ้ง ท่อยาง และอะแดปเตอร์ ซึ่งในการติดตั้งจะถอดระบบระบายความร้อนด้วยน้ำและท่อน้ำที่ต่อมายังเครื่องออก แล้วใส่อะแดปเตอร์เข้าไปแทน ซึ่งจะมีราคาค่าอะแดปเตอร์บวกเข้าไปด้วย บางรุ่นไม่ต้องใช้อย่างเทียน่าที่สามารถต่อเข้าได้เลย


https://www.facebook.com/fieldoilcooler?fref=ts นี่เป็นร้านที่ไปติดมาครับ ราคา3,700 รวม อะแดปเตอร์แล้ว ติดแล้วผลเป็นที่พอใจครับ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดตอนออกตัว (ความรู้สึกส่วนตัว แต่คนอื่นๆก็ว่าอย่างนั้น)




12
เพิ่งเจอ ใบเสร็จ ค่าสลับยางกับเช็คเบรค ไม่ฟรีเหมือนกันครับ มีน้ำมันเครื่องอย่างเดียวที่ราคาเท่ากัน นอกนั้น ก็แล้วแต่ศูนย์จะจัดให้ ล่ะครับ


13
ที่ 20,000 โล ของผม ประมาณ 2,900 แต่ไม่มีค่าหลอดไฟท้าย ค่าน้ำกลั่น ค่าสารหล่อลื่นบ่าวาวล์ ค่าทำความสะอาดเบรก และค่าบริการ 900 ศูนย์ไหนเหรอ (ในประกัน 3 ปี หรือ 150000 ฟรีค่าแรงไม่ใช่เหรอ 900 มาจากไหน)


14
ห้องแต่งรถ / Re: ยกสูงให้น้อง
« เมื่อ: 27 มิ.ย. 2015, 15:57:18 »
กะทะล้อ 16X6 offset  42 ใส่ล้อ 215 ได้ แต่มีโอกาสที่แก้มล้อจะป่องออกไปสีกับซุ้มล้อตอนเลี้ยว และมีโอกาสสีกับตัวโช้คได้ด้วย เต็มที่ก็ 205 ครับ

15
ห้องแต่งรถ / Re: ยกสูงให้น้อง
« เมื่อ: 24 มิ.ย. 2015, 17:43:59 »
วันนี้ได้จอดคู่กับ Ford escape สูงเกือบเท่าแล้ว




หน้า: [1] 2 3