ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้เขียน หัวข้อ: ติดตั้ง Oil cooler เกียร์ CVT ให้เจ้าเพลิงนิล  (อ่าน 5226 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Kunghun

  • สมาชิก 30 ไมล์
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 375
  • กระทู้: 34
  • พลังน้ำใจ : 4
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Name
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 
     จากเดิมเกียร์ CVT โรงงานติดตั้งโดยใช้น้ำจากหม้อน้ำเครื่องมาเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของน้ำมันเกียร์ CVT  ซึ่งน้ำในหม้อน้ำอุณหภูมิสูงมาก ทำให้น้ำมันเกียร์มีอุณหภูมิสูงขึ้นไปด้วย ส่งผลให้การทำงานของเกียร์แย่ลง รู้สึกได้ตอนออกตัว ตอนเร่งแซง ตอนขึ้นเขา หรือตอนรถติด เมื่อออกตัวมีอาการกระตุกบ้าง ซึ่งจากอุณหภูมิสูงทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมเร็วขึ้น จนทำให้ให้เกียร์เสียเร็วขึ้นด้วยหากไม่เปลี่ยนบ่อยๆ หากเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ที่แสนโลไม่น่าจะดีต่อเกียร์  ดั้งนั้น เพื่อความสบายใจ แต่ก็ต้องแลกกับการรับประกัน ผมจึงติดตั้ง Oil cooler ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศให้กับเกียร์ CVTเพราะไม่ใช่รถผมคันเดียว เห็นเขาติดกันกันมาหลายคันหลายรุ่นแล้ว ซึ่งเป็นเปลี่ยนระบบระบายความร้อนด้วยน้ำออกไปมาต่อเพิ่มเป็นระบายความร้อนด้วยอากาศแทน ระบายความร้อนด้วยอากาศตอนรถวิ่งและอาศัยเสี้ยวนึงของพัดลมระบายความร้อนยามรถจอดติด น่าจะดีกว่าระบายความร้อน ด้วยน้ำในหม้อน้ำแบบเดิม เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อนอยู่แล้ว ไม่ต้องอุ่นน้ำมันเกียร์ให้ร้อนเหมือนต่างประเทศที่เป็นเมืองหนาวหรอก ดีไม่ดีน้ำก็เข้าไปผสมกับน้ำมันเกียร์ก็อาจจะเป็นได้ อย่างรถซิลฟี่ที่ส่งออกไปขายที่ประเทศมาเลเซียยังใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศเลย อ้างอิงจาก http://www.thaisylphyclub.com/index.php?topic=10504.0
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.technologytell.com/in-car-tech/12880/temperature-may-be-essential-for-long-term-cvt-ownership/
และร้านที่ไปติดมา https://www.facebook.com/fieldoilcooler?fref=ts


รูปตอนติดตั้งเรียบร้อยกลับถึงบ้านแล้ว


จากรูปเป็นรังผึ้งระบายความร้อนที่ใช้เป็นขนาดเล็กเมื่อเทียบกับ รถรุ่นอื่น ยี่ห้ออื่น(ซึ่งเกียร์ ออโต้ธรรมดาเขาก็มาติดกัน) เพราะเจ้าของอู่บอกว่าแรงดันน้ำมันเกียร์ของรถที่ใช้เกียร์ CVT7 มีแรงดันสูงมาก ขนาดจึงมีผลกับค่าความต้านทานในท่อ



จากรูปเป็นอะแดบเตอร์ที่มาต่อแทนระบบระบายความร้อนด้วยน้ำและมีสายยางต่อไปยังรังผึ้งที่ติดเพิ่มมาใหม่ ส่วนประกอบการติดตั้ง ก็จะมี รังผึ้ง ท่อยาง และอะแดปเตอร์ ซึ่งในการติดตั้งจะถอดระบบระบายความร้อนด้วยน้ำและท่อน้ำที่ต่อมายังเครื่องออก แล้วใส่อะแดปเตอร์เข้าไปแทน ซึ่งจะมีราคาค่าอะแดปเตอร์บวกเข้าไปด้วย บางรุ่นไม่ต้องใช้อย่างเทียน่าที่สามารถต่อเข้าได้เลย


https://www.facebook.com/fieldoilcooler?fref=ts นี่เป็นร้านที่ไปติดมาครับ ราคา3,700 รวม อะแดปเตอร์แล้ว ติดแล้วผลเป็นที่พอใจครับ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดตอนออกตัว (ความรู้สึกส่วนตัว แต่คนอื่นๆก็ว่าอย่างนั้น)



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 ก.ค. 2015, 21:45:50 โดย Kunghun »

ออฟไลน์ ongard3388

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • สมาชิก ID: 471
  • กระทู้: 123
  • พลังน้ำใจ : 3
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: สมุทรปราการ
  • ชื่อเล่น: เย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ติดตั้ง Oil cooler เกียร์ CVT ให้เจ้าเพลิงนิล
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 29 ก.ค. 2015, 07:41:35 »
ติดแล้วแตกต่างจากเดิมมากไหมครับหลังจากที่ทดลองวิ่งดูแล้ว น่าสนใจมากครับ :emo_051:

ออฟไลน์ Kunghun

  • สมาชิก 30 ไมล์
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 375
  • กระทู้: 34
  • พลังน้ำใจ : 4
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Name
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ติดตั้ง Oil cooler เกียร์ CVT ให้เจ้าเพลิงนิล
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 29 ก.ค. 2015, 23:16:45 »
  หลังจากขับมาได้ 2 วัน อาจเพราะน้ำมันเกียร์เย็นลงแล้วมีการจับตัวดีขึ้นทำให้ อัตราเร่งดีขึ้น ขับสนุกมากไม่อืดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว น้ำมันที่ใช้ตอนนี้E20 ให้ความรู้สึกเหมือนเติมแก๊สโซฮอล95 หรือรู้สึกแรงกว่าด้วยซ้ำ รอบเครื่องต่ำลงทำให้ประหยัดน้ำมันขึ้น ส่งผลให้น้ำในหม้อน้ำร้อนน้อยลง เพราะโหลดลดลงเหลือแต่ระบายความร้อนให้กับเครื่อง เครื่องเย็นขึ้น แอร์ก็น่าจะทำงานเบาลง ในความรู้สึกส่วนตัวคือชอบเลย
   แต่ก็ยังกังวล เกี่ยวกับระบบระบายความร้อนด้วยอากาศมันจะควบคุมได้คงที่เท่าระบบเดิมมั้ย เพราะน้ำมันเกียร์ถ้าเย็นเกินไปก็ไม่ดี ร้อนเกินไปก็ไม่ดี  ผมจึงลองมอนิเตอร์อุณหภูมิ ของตัวรังผึ้งOil gear โดยใช้เกจวัดอุณหภูมิหม้อน้ำ และติดตัวเซ็นเซอร์เข้ากับท่อขาออกด้านนอกที่ตัวรังผึ้งระบายความร้อน เพื่อทดสอบการระบายความร้อนของรังผึ้ง Oil gear ว่าเป็นอย่างไร จะมีความแตกต่างของอุณหภูมิน้ำมันเกียร์ที่ไหลอยู่ในท่ออยู่บ้าง เพราะไม่ได้วัดภายในท่อน้ำมัน ซึ่งค่าที่วัดได้จะต่ำกว่าอยู่บ้าง มันควรแปรผันตามกัน

  จากลองเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ตอนที่เครื่องเย็นอยู่ อุณหภูมิต่ำกว่าเกจวัดคือน้อยกว่า40 องศา เมื่อเริ่มออกตัวขับไปสักระยะ อุณหภูมิจะขึ้นไปประมาณ 45องศา แล้วเมื่อวิ่งด้วยความเร็ว อุณหภูมิก็จะประมาณ 50   เมื่อจอดติดไฟแดง หรือช่วงรถติด ใช้เกียร์ว่างหรือเกียร์ D อุณหภูมิจะขึ้นอยู่ประมาณ 55-60 องศาโดยเปิดแอร์ปกติ เมื่อลองปิดแอร์เพื่อให้พัดลมหม้อน้ำจะทำงานน้อยลง อุณหภูมิจะขึ้นไปถึง 60-65 จึงสรุปได้ว่า เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ควรอุ่นเครื่องสักพักเหมือนปกติ เมื่อออกตัวน้ำมันเกียร์จะร้อนขึ้นเอง เนื่องจากไม่มีน้ำร้อนมาอุ่นน้ำมันเกียร์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว น้ำมันเกียร์จะเย็นขึ้นเมื่อรถวิ่ง และร้อนขึ้นเมื่อรถจอด แต่ก็มีพัดลมหม้อน้ำระบายความร้อนทำงานอยู่เป็นระยะ ทำใ้ห้อุณหภูมิที่ควบคุมได้อยู่ที่ 50-60 องศา ในการใช้งานแบบปกติขับรถเปิดแอร์ นี่เป็นเป็นการทดสอบในเมืองที่มีอากาศร้อนมีรถติดเป็นช่วงๆ  ก็ยังไม่ได้มีโอกาสลองทางไกลๆ เจอฝน หรือขึ้นเขา   ข้อดีของระบบนี้คือระบายความร้อนน้ำมันเกียร์ได้ดีกว่าระบบเก่าและควบคุมอุณหภูมิความร้อนน้ำมันเกียร์อยู่ที่ระดับต่ำกว่า ข้อเสียคือน้ำมันเกียร์อาจเย็นเกินไปและร้อนช้าตอนเริ่มสตาร์เครื่องยนต์หรือตอนอากาศเย็นมากๆ ก็จะคอยมอนิเตอร์อุณหภูมิต่อไป และจะมาอัพเดทให้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 ก.ค. 2015, 11:21:42 โดย Kunghun »

ออฟไลน์ ongard3388

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • สมาชิก ID: 471
  • กระทู้: 123
  • พลังน้ำใจ : 3
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: สมุทรปราการ
  • ชื่อเล่น: เย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ติดตั้ง Oil cooler เกียร์ CVT ให้เจ้าเพลิงนิล
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 30 ก.ค. 2015, 17:45:53 »
อัตราการเร่งนี้ดีขึ้นเห็นๆเลยเหรอครับนแบบนี้น่าไปจัดบ้าง เห็นที่ผมตามไปดูในลิ้งเพจของร้านแต่ละรีวิวมีแต่ ok ทั้งนั้น เลยกะว่าใกล้หมดประกันจะไปติดบ้างกลัวว่าเดี่ยวมีปัญหาเกี่ยวกับเกียร์ ซึ่งสาเหตุอาจจะไม่ใช่ที่เราติดมาแต่ศูนย์จะเอามาอ้างไม่ซ้อมให้นะคับส่วนเรื่องอุณภูมิผมว่ายังไงมันก็คงไม่เย็นมากแน่นอนถ้ารถวิ่งแล้ยังไงน้ำมันเกียร์ต้องร้อนแน่นอน

ขอบคุนมากที่มา รีวิวหลังจากการติดตั้งแล้วนะคับ จะมาปูเสื่อรอดูอัพเดทหน้านะครับผม :emo_103:

ออฟไลน์ $h!z@nu

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • สมาชิก ID: 972
  • กระทู้: 12
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: นนทบุรี
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ติดตั้ง Oil cooler เกียร์ CVT ให้เจ้าเพลิงนิล
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 03 ส.ค. 2015, 17:25:26 »
 :emo_051:
ขอบคุณนะครับ เป็นกระทู้ที่ดีครับ

ออฟไลน์ Kunghun

  • สมาชิก 30 ไมล์
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 375
  • กระทู้: 34
  • พลังน้ำใจ : 4
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Name
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ติดตั้ง Oil cooler เกียร์ CVT ให้เจ้าเพลิงนิล
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 17 ส.ค. 2015, 19:57:27 »
  หลังจากย้ายเซนเซอร์อุณหภูมิไปตรงตำแหน่งขาออกของท่อน้ำมันเกียร์ เพื่อให้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิจริงของน้ำมันเกียร์มากขึ้น  ขับในเมืองรถติดๆ อุณหภูมิขึ้นไปถึง 70-85 องศา


   วันนี้รีบออกจากบ้านตั้งแต่ตี4 เพราะนัดลูกค้าไว้ประมาณช่วงบ่ายที่เชียงใหม่ มีของเต็มท้ายรถ อุณหภูมิตอนรถวิ่งไม่สามารถถ่ายรูปได้ อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 60 องศา ช่วงจอดติดไฟแดง อุณหภูมิขึ้นไปถึง 70 องศา มีอุปสรรคระหว่างทางบ้าง มีซ่อมทางเป็นช่วงๆ แถวกำแพงเพชร-ตาก เจอฝนบ้าง ขึ้นเขาขุนตาลมีกำลังดีขึ้นกว่าครั้งก่อนๆเยอะ อุณหภูมิขึ้นไปแค่ 70 องศา มาถึงเชียงใหม่เที่ยงพอดี


เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์95 ใช้ความเร็วประมาณ 100-130 อัตรากินน้ำมันเฉลี่ย 13.6



สรุป ตอนออกตัวตอนเช้า จะใช้เวลาwarmน้ำมันเกียร์นาน และต้องขับมาซักระยะน้ำมันเกียร์ถึงจะอุ่น ถ้าขับเร็วตอนที่น้ำมันเกียร์ไม่ร้อน อาจทำให้เกียร์พังเร็วขึ้น เมื่อรถวิ่งระยะทางไกลๆ เร็วๆ อุณหภูมิน้ำมันเกียร์จะเย็นลง เมื่อใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ  เมื่อมีการคลิกดาวน์เร่งแซงหรือขึ้นเขา อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อจอดอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นอีกแต่ก็ไม่เกิน 85 องศา พัดลมหม้อน้ำจะระบายความร้อนเครื่องและแอร์เท่านั้น หากเป็นระบบเก่าที่ควบคุมอุณหภูมิน้ำมันเกียร์จากหม้อน้ำ เมื่อมีการคลิกดาวน์เร่งแซงหรือขึ้นเขา อุณหภูมิน้ำมันเกียร์จะเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำร้อนมากขึ้น แล้วถ้าความเร็วในขณะขึ้นเขาไม่พอที่จะระบายความร้อนหม้อน้ำ พัดลมจะต้องทำงานหนัก คอยระบายความร้อน ถ้าระบายความร้อนไม่ทัน เกียร์ก็อาจเข้า Safe modeได้  แล้วช่วงตอนรถติดๆ ก็มีส่วนทำให้น้ำมันเกียร์ร้อนขึ้นได้ ทำให้ได้ยินพัดลมหม้อน้ำทำงานหนักตอนรถติด เพราะต้องคอยระบายความร้อนให้กับเกียร์ เครื่องและแอร์ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 ส.ค. 2015, 21:43:27 โดย Kunghun »